เรียบเรียงโดย... ดร. หฤษฎ์ อินทะกนก
ผมได้ยินผู้ใหญ่ หลาย ๆ ท่าน ทั้งเจ้าของธุรกิจ ครูอาจารย์ ชอบพูดว่า “เด็กสมัยนี้ ไม่มีความอดทน” ก็เลยตั้งคำถาม ว่าทำไม... ผมมีความเชื่อว่าสังคมสร้างได้ และสิ่งที่เป็นอยู่ในสังคมปัจจุบันนั้น ไม่ว่าในประเทศใด ไม่ได้เกิดขึ้นเองโดยธรรมชาติ ล้วนแล้วแต่เกิดขึ้นจากผลของการวางแผน เพื่อการพัฒนาการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม ทั้งสิ้น...
ก่อนอื่น เราคงต้องทำความเข้าใจก่อนว่า สังคม เรานั้น เปลี่ยนไปตามยุคตามสมัย ตามสภาพแวดล้อม และการพัฒนา อย่างไร...
คน อายุ 100 ++ “Lost Generation” ส่วนใหญ่เสียชีวิตหมดแล้ว โดยเติบโตมาในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1
คน อายุ 85 – 100 “Greatest Generation” มีส่วนเกี่ยวข้อง กับ การเปลี่ยนแปลงของสังคมในหลาย ๆ ด้าน ทั้งความคิด และอุดมคติ ในหารฟื้นฟูประเทศ
คน อายุ 70 – 85 “Silent Generation” เป็นคนที่เกิดในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งจะมีความชาตินิยมค่อนข้างสูง โตมากับความยากลำบากในการฟื้นฟูประเทศ ในด้านต่าง ๆ
คน อายุ 55 – 70 “Baby Boomer” กลุ่มที่เกิดหลังสงคราม มีความมุ่งมั่นในการทำงาน เพื่อสร้างตัวเอง มีความรอบคอบระมัดระวัง โดยเน้นความมั่นคง เป็นหลัก
คนอายุ 40 – 55 “Gen X” เติบโตมาพร้อม กับ การพัฒนาของเทคโนโลยีรุ่นแรก ๆ มีความคิดสร้างสรรค์ ในการพัฒนาองค์กร ทำงานหนักเพื่อสร้างรากฐาน และความเจริญก้าวหน้า
คนอายุ 25 – 40 “ Gen Y” เป็นช่วงที่เทคโนโลยีรุดหน้า อย่างรวดเร็ว การพัฒนาทางด้านไอทีเติบโตอย่างเห็นได้ชัด ทำให้คนกลุ่มนี้มีความคิดกว้างไกล เริ่มมองหาสิ่งใหม่ ๆ
คนอายุ 10 – 25 “Gen Z” โลกในยุคนี้มีความสะดวกสบายอย่างมาก เทคโนโลยีแพร่หลาย และสามารถจับต้องได้ การเรียนรู้มีความรวดเร็วขึ้น ผ่านสื่อต่าง ๆ กล้าคิด กล้าทำในสิ่งที่แหวกแนวทางเดิม ๆ
อย่างที่เห็นได้ชัด Baby Boomer และ Gen X นั้นเติบโตในช่วงที่มีการเปลี่ยนแปลงทางด้านสังคมอย่างมาก เนื่องด้วยผลกระทบที่ได้รับจากช่วงสงคราม พวกเขาต้องฟื้นฟูระบบพื้นฐานต่าง ๆ จึงไม่แปลกใจที่คนกลุ่มนี้จะมีความรอบคอบ อดทน มุ่งเน้นไปที่การสร้างความมั่นคง ซึ่งทำให้บ่อยครั้งถูกอธิบาย ด้วย คำว่า “หัวโบราณ”...
กลุ่ม Gen Y และ Gen Z นั้นเกิดในช่วงที่พื้นฐานสังคมได้ถูกฟื้นฟูมาระดับหนึ่ง ไม่มีความทรงจำเกี่ยวกับสงครามเท่าใดนัก และได้รับความสะดวกสะบายจากเทคโนโลยีอย่างเต็มที่ จึงไม่แปลกใจที่คนกลุ่มนี้จะมีมุมมองของโลกที่ดีกว่า คำที่เราได้ยินกันบ่อยในการอธิบายคนบางคนในกลุ่มนี้ คือ คำว่า “โลกสวย”...
ความเข้าใจในการพัฒนาของระบบสังคมในแต่ละยุคแต่ละสมัย จึงทำให้เราเห็นชัดขึ้นว่า ทำไมผู้ใหญ่ Baby Boomer และ Gen X มักบ่น ว่า Gen Y มีความอดทนต่ำ และ Gen Z มีความอดทนต่ำยิ่งกว่า... ส่วนในหลาย ๆ ครั้ง Gen Y และ Gen Z ก็จะบ่น ว่า ผู้ใหญ่ Baby Boomer และ Gen X นั้น เป็นพวกไม่ยอมรับฟังความคิดเห็นใหม่ ๆ ชอบขัดขวางการพัฒนา...
เราเห็นบ่อยครั้ง ว่า ความคิดขัดแย้งของคนสองกลุ่มหลักนี้ เกิดขึ้นทั้งในบริบท ของ การเมือง เศรษฐกิจ และสังคม... โดยบ่อยครั้ง เราอาจจะลืมนึกถึงพื้นฐานที่แต่กต่าง ทั้งช่วงเวลา และสิ่งแวดล้อม ที่มีนัยสำคัญอย่างมาก... ในขณะที่ ผู้ใหญ่ Baby Boomer และ Gen X คงต้องทำความเข้าใจว่า ยุคสมัยได้เปลี่ยนไป เพราะการ Work Hard นั้นไม่ได้ตอบโจทย์เสมอไป สำหรับยุคสมัยนี้ แต่ การ Work Smart ต่างหาก ที่เข้ามาทดแทน เพราะเทคโนโลยีนั้นสามารถเป็นเครื่องมือที่สุดแสนวิเศษได้... เด็ก Gen Y และ Gen Z เอง ก็ควรต้องทำความเข้าใจว่า เนื่องด้วยทางเลือกที่มีมากกว่า เทคโนโลยีที่รวดเร็วกว่า ได้หล่อหลอมทำให้เราหลาย ๆ คน เป็นคนขาดความอดทนอดกลั้น หรือ ขาดความมี Patience และ Persistence เพราะการหา Passion นั้นดี แต่ถ้าขาด Focus ก็จะไม่สามารถนำไปสู่ผลสำเร็จได้ เช่นกัน...
หากเราสามารถ ประสานพลัง ของกลุ่มคนแต่ละยุคแต่ละสมัย เข้าด้วยกันได้... เรียนรู้ เคารพ ซึ่งกันและกัน ผู้ชนะก็คงจะหนีไม่ผล “สังคม” โดยรวม ของเราอย่างแน่นอนครับ...
ขอขอบคุณข้อมูลบางส่วนจาก... The Telegraph & The Independent
เรียบเรียงโดย... ดร. หฤษฎ์ อินทะกนก
Photo Credit: Pixabay

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น